วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

นิ้วล็อกกับการนวดแผนไทย

นวดไทยรักษา 'นิ้วล็อก' อีกทางเลือกลดปวด เลี่ยงผ่าตัด



อีกหนึ่งโรคใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง เป็นภัยเงียบสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ที่กำลังเผชิญ นิ้วล็อก หรือที่เรียกกันว่า โรคนิ้วไกปืน เป็นโรคเกี่ยวกับ ความผิดปกติของมือที่ไม่สามารถ งอหรือเหยียดได้ตามปกติ
   
นิ้วล็อก โรคดังกล่าวนี้อาจเกิดขึ้นเพียงนิ้วเดียวหรือหลายนิ้วก็ได้และจากอาการที่เริ่มขึ้นนับแต่เจ็บบริเวณฐานนิ้วและนิ้วมีความฝืดในการเคลื่อนไหวขณะที่งอหรือเหยียด จนกระทั่งต่อมามีอาการล็อกหรือถ้าจะงอ กำนิ้วมือจะไม่สามารถเหยียดออกเอง หากจะเหยียดออกจะมีอาการเจ็บ ปวด หรือบางครั้งอาจจะเหยียดออกแต่งอนิ้วกลับไม่ได้ หากปล่อยทิ้งไว้นานนิ้วมือนั้นก็อาจเปลี่ยนรูปเป็นโก่ง งอ บวม เอียง นิ้วอาจแข็งไม่สามารถงอและเหยียดออกได้ทำให้การใช้งานของมือในชีวิตประจำวันเป็นอุปสรรค
   
อีกทั้งหากทิ้งไว้เนิ่นนาน ข้อต่ออาจยึดและข้อเหยียดออกไม่ได้ ฯลฯ ทำให้เกิดความพิการและจากเดิมที่มักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ คนวัยทำงาน แต่ปัจจุบันพบขยายไปยังกลุ่มเด็กซึ่งใน วิธีการรักษามีทั้งการผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค
   
ขณะที่การรักษามีด้วยกัน หลายวิธี ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงสามารถรักษา ได้ทั้งการทานยา ฉีดยาและทำกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการปวดและบวมของเส้นเอ็น ฯลฯ ล่าสุดยังมีอีกรูปแบบการรักษาพร้อมเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ป่วยด้วย การนวดไทยรักษาโรค  นิ้วล็อก
   
การศึกษาวิจัยที่นำศาสตร์การนวดไทยภูมิปัญญาไทย ช่วยรักษาลดอาการนิ้วล็อกที่ปรากฏนี้ ดร.ปารัณกุล ตั้งสุขฤทัย รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทย (วิชาการ) ให้ความรู้ว่า โรคนิ้วล็อกนี้อาการของโรคจะมีลักษณะเหมือนการเหนี่ยวไกปืน กำมือแล้วเหมือนกับเหยียดนิ้วไม่ออก
   
อาการเหล่านี้จะมีด้วยกันหลายระยะซึ่งก่อนจะเหยียดนิ้วไม่ออกจะเริ่มด้วยอาการเหยียดนิ้วออกยาก ต่อมาจะเริ่มมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น กระทั่งบางครั้งมีอาการชาร่วมด้วยและหากมีอาการเพิ่มมากขึ้นก็อาจถึงขั้นเหยียดนิ้วไม่ออก กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะเกร็งงอและลีบลง
   
“โรคดังกล่าวพบเห็นมากขึ้นต่างจากเดิม อีกทั้งพบว่าเริ่มเกิดขึ้นกับเด็กและยังพบอาการปวดไหล่ตามมาร่วมด้วยซึ่งแต่เดิมนั้นจะพบในผู้ป่วยวัยทำงาน ส่วนสาเหตุของโรคเกิดจากการใช้งานของมือทั้งหิ้วถุงหนักนาน ๆ กำบีบเครื่องมือต่าง ๆ ใช้มืออย่างรุนแรงจนทำให้เกิดการบาดเจ็บของนิ้วมืออย่างการหิ้วของหนัก ใช้เฉพาะเพียงแค่นิ้วมือเพียงไม่กี่นิ้ว พฤติกรรมที่ทำ ซ้ำ ๆ เหล่านี้ก็จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกิดมีพังผืดเกาะยึดได้ ฯลฯ”
   
จากเดิมที่พบในกลุ่มวัยทำงานอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปที่เข้ามารับการรักษา แต่เวลานี้พบในวัยเด็กซึ่งเข้ามารับบริการการรักษาที่นี่ซึ่งในกลุ่มวัยนี้  จะสามารถฟื้นตัวได้เร็ว แต่อย่างไรก็ตามหากไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเดิม ๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการบาดเจ็บของนิ้วมือ รวมทั้งละเลยการพัก การบริหารมือก็อาจต้องเผชิญกับนิ้วล็อก
   
“การศึกษาวิจัยครั้งนี้เริ่มจากพบว่ามีผู้เข้ารับการรักษาโรคดังกล่าวนี้บ่อยครั้งก็เลยนำการนวดไทยมารักษาซึ่งก็พบว่ามีประสิทธิผลเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง จากที่กล่าวอาการนิ้วล็อกมีด้วยกันหลายระยะในอาการป่วยนิ้วล็อกช่วงแรกในขั้นที่ 1 และ 2 การรักษาด้วยการนวดช่วยรักษาได้ สามารถลดอาการนิ้วล็อก รวมทั้งอาการปวดข้อและความลำบากในการเคลื่อนไหวของข้อ”
   
การรักษาจะเริ่มจากการซักประวัติผู้ป่วยซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญสามารถบอกถึงสาเหตุการเกิดโรคได้ ส่วน ถ้าอาการดังกล่าวเป็นระยะแรกและหลังการรักษาผู้ป่วยไม่กลับไปมีพฤติกรรมซ้ำเดิมอีก การนวดรักษาดังกล่าวสามารถช่วยให้หายขาดได้ แต่หากหลังการรักษากลับมามีพฤติกรรมแบบเดิม ๆ อีก อาการนิ้วล็อกที่เคยเกิดขึ้นก็จะกลับมาอีกครั้ง
   
ขณะที่ การนวด หมายถึงการใช้มือบีบหรือกดเพื่อให้คลายความปวดเมื่อย ด้วยคุณค่าการนวดแผนไทยซึ่งสามารถนำมารักษาอาการป่วยได้ทั้งกายและใจ ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ผ่อนคลายเส้น กล้ามเนื้อ คลายลดอาการปวดเมื่อยแล้วยังสร้างความสดชื่น นำมาช่วยลดความทรมานจากโรคได้อีกด้วยอย่างเช่น โรคเครียด
   
การนวดเพื่อบำบัดรักษาโรคจะมีหลักในการรักษา การนวดเพื่อการรักษาส่วนใหญ่ จะเป็นการนวดแบบราชสำนักจะใช้นิ้วหัวแม่มือและปลายนิ้ว แขนทั้งสองข้างจะเหยียดตรงเสมอซึ่งการนวดดังกล่าวนี้จะเกิดผลต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อที่อยู่ลึก ๆ จะใช้แรงกดย้ำไปตามเส้นรักษาไปตามอาการ
   
“การนวดรักษาจะมีหลายขั้นตอนไม่ได้นวดกดเพียงเฉพาะส่วนนิ้วอย่างเดียว แต่จะมีหลักในการรักษาของแพทย์แผนไทยแบ่งเป็นขั้นต่าง ๆ มีทั้งการนวดพื้นฐานบ่า นวดพื้นฐานแขนด้านใน ฯลฯ ขณะที่การใช้น้ำหนักก็จะมีการคำนวณต่างกันไป
   
ส่วนกรณีที่ตรวจพบว่าผู้ป่วยมีอาการเจ็บมาก การรักษาด้วยการนวดอาจจะไม่หายขาด แต่อย่างไรก็ตามการนวดก็จะช่วยให้ทุเลาจากอาการปวดเป็นการบรรเทาอาการให้แก่ผู้ป่วยได้”
   
ในระยะแรกของโรคนิ้วล็อกจะปรากฏอาการนิ้วเริ่มตึง กำนิ้วแล้วเริ่มจะเหยียดไม่ออก ขยับเคลื่อนไหวได้ไม่เหมือนเดิม อีกทั้งในอาการระยะแรกของโรคนี้จะยังไม่ปวดมากถ้ามีการบริหารนิ้ว ไม่กลับไปมีพฤติกรรมซ้ำเดิมอีกก็จะหายขาดได้และหลังจากการนวดรักษาก็ประคบด้วยสมุนไพร
   
จากการใช้งานของมือที่รุนแรงซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของนิ้วมือ ก่อนจะต้องเสี่ยงกับความเจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าว นอกเหนือจากการมีความรู้เข้าใจในโรคนิ้วล็อกภัยเงียบใกล้ตัวแล้วการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสิ่งนี้เป็นอีกความจำเป็นที่ต้องไม่มองข้าม.

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.nightsiam.com/

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

สมุนไพรลดไขมันในเลือด

กลุ่มยาลดไขมันในเส้นเลือด
กระเจี๊ยบแดง
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Hibiscus sabdariffa  L.
ชื่อสามัญ : Jamaican Sorel, Roselle
วงศ์ Malvaceae
ชื่ออื่น : กระเจี๊ยบ  กระเจี๊ยบเปรี้ย  ผักเก็งเค็ง  ส้มเก็งเค็ง  ส้มตะเลงเครง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูง 50-180 ซม. มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ 3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 ซม. ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพูหรือเหลืองบริเวณกลางดอกสีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้
สรรพคุณ :
  • กลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล
  1. เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนักด้วย
  2. ลดความดันโลหิตได้โดยไม่มีผลร้ายแต่อย่างใด
  3. น้ำกระเจี๊ยบทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง
  4. ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ดี
  5. น้ำกระเจี๊ยบยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดันอีกทางหนึ่ง
  6. ช่วยย่อยอาหาร เพราะไม่เพิ่มการหลั่งของกรดในกระเพาะ
  7. เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ
  8. เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพราะมีกรดซีตริคอยู่ด้วย
  • ใบ  แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด ยากัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำคอ ให้ลงสู่ทวารหนัก
  • ดอก  แก้โรคนิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพราะปัสสาวะ ขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด กัดเสมหะ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก
  • ผล  ลดไขมันในเส้นเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะ
  • เมล็ด  บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเส้นเลือด
          นอกจากนี้ได้บ่งสรรพคุณโดยไม่ได้ระบุว่าใช้ส่วนใด ดังนี้คือ แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ดีพิการ แก้ปัสสาวะพิการ แก้คอแห้งกระหายน้ำ แก้ความดันโลหิตสูง กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ ลดไขมันในเลือด บำรุงโลหิต ลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้โรคเบาหวาน แก้เส้นเลือดตีบตัน
          นอกจากใช้เดี่ยวๆ แล้ว ยังใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่น ใช้ถ่ายพยาธิตัวจี๊ด
วิธีและปริมาณที่ใช้ :
         
โดยนำเอากลีบเลี้ยง หรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแห้งและบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา  (หนัก 3 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาและอาการอื่นๆ จะหายไป
สารเคมี
          ดอก 
พบ
Protocatechuic acid, hibiscetin, hibicin, organic acid, malvin, gossypetin
คุณค่าด้านอาหาร
          น้ำกระเจี๊ยบแดง มีรสเปรี้ยว นำมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาล ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือดได้ และยังนำมาทำขนมเยลลี่ แยม หรือใช้เป็นสารแต่งสี ใบอ่อนของกระเจี๊ยบเป็นผักได้ หรือใช้แกงส้ม รสเปรี้ยวกำลังดี กระเจี๊ยบเปรี้ยวมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "ส้มพอเหมาะ" ในใบมี วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ส่วนกลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีสารแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
          น้ำกระเจี๊ยบแดงที่ได้สีแดงเข้ม สาร
Anthocyanin นำไปแต่งสีอาหารตามต้องการ
  

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2554

สมุนไพรใกล้ตัวกับเบาหวาน

  โรคเบาหวานกับสมุนไพรไทยใกล้ตัว
เป็นโรคที่เกิดจากการที่เลือดมีระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติมาก จนร่างกายไม่สามารถกำจัดได้ หรือใช้ให้หมดได้ มักจะถูกขับออกมาทาง น้ำปัสสาวะ หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนควบคุมระดับน้ำตาล
     นอกจากแนวทางในการรักษาแบบตะวันตกแล้ว อีกทางเลือกหนึ่งคือภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนไทยที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาโรคเบาหวาน โดยเน้นสมุนไพรพื้นบ้านที่สามารถหากันได้ทั่วไป
สมุนไพรที่ใช้ลดระดับน้ำตาลในเลือดที่ใช้ทาน ได้แก่
·มะระ ได้แก่ มะระขี้นก และ มะระจีน มักใช้เป็นผักจิ้มกับน้ำพริก หรือ ทำเป็นแกงจืด หรือผัด
สรรพคุณ  ช่วยเจริญอาหาร น้ำคั้นจากผล ช่วยแก้ไข้ และใช้อมแก้ปากเปื่อย ผลของมะระเมื่อแก่เต็มที่แล้วนำมาตากแห้ง แล้วชงเป็นน้ำชาได้ แก้โรคเบาหวาน ใบสดของมะระขี้นก  หั่นชงกับน้ำร้อนใช้ถ่ายพยาธิเข็มหมุด ในใบและในผลมีสารออกฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่ พี-อินซูลีน (p-insulin) และคาแรนติน (charantin)
     ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลอดภัย การนำมะระมารับประทาน เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน ควรตรวจร่างกายเป็นประจำ เพราะว่า อาจทำให้ระดับน้ำตาลต่ำกว่ามาตราฐานเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
                           
·ตำลึง  มีสารออกฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยมีการทดลองใช้น้ำคั้นจากใบและเถา น้ำคั้นจากเถาตำลึง และสารสกัดจากใบและเถาตำลึงด้วยแอลกอฮอล์ พบว่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในกระต่ายที่เป็นเบาหวานได้
·เตยหอม  มักใช้น้ำจากเตยทำขนม เพื่อเพิ่มความหอม และสีสัน  นอกจากนี้นิยมทำเป็นเครื่องดื่มด้วย ส่วนสรรพคุณ ใบเตยช่วยบำรุงหัวใจ ลดการกระหายน้ำ รากใช้ขับปัสสาวะ ใช้รักษาโรคเบาหวานได้ น้ำต้มรากสามารถลดน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้
  
     นอกจากนี้แล้ว ควรปรับพฤติกรรมการบริโภคของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ด้วยการเน้นทานข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ เพราะได้คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยสลายได้ช้าๆ ให้เวลาตับอ่อนขับอินซูลิน วิตามินในข้าวกล้อง ช่วยเผาผลาญน้ำตาลให้หมด และมีเส้นใยมากกว่าข้าวขาว 9 เท่า ทำให้รับประทานอย่างอื่นได้น้อยลง และน้ำตาลไม่สูงมาก นอกจากนี้ควรทานผักและผลไม้ที่มีเส้นใยมากๆ เพราะจะทำให้อิ่มเร็ว แคลลอรี่เข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง จึงช่วยต้องกันและรักษาโรคเบาหวานได้
     ผู้ที่ยังไม่เจ็บป่วยก็สามารถทานเพื่อป้องกัน คนที่ป่วยก็ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดแม้จะไม่ได้ช่วยรักษาแทนยาแผนปัจจุบัน แต่ถ้าเราควบคุมอาหาร ทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน จะช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคแทรกซ้อน

ภาพดุ๊กดิ๊ก อีโมชั่น  การ์ตูนน่ารัก ภาพเคลื่อนไหวภาพกลิตเตอร์  1149740_4474158 แต่ง hi5

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

ภูมิปัญญาไทย

ภูมิปัญญา สปาไทย หมวดหมู่ : การบริการสังคม และสมาคม
สปา คืออะไร
สปา มาจากภาษาลาติน “Sanus Per Aquam” หมายความว่าการดูแลสุขภาพโดยการใช้น้ำซึ่งช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและผ่อนคลาย ตามคำนิยามที่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไป สปาหมายถึงการบำบัดดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิธีทางธรรมชาติที่ใช้น้ำเป็น องค์ประกอบในการบำบัดควบคู่ไปกับการบำบัดด้วยวิธีการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ โดยใช้ศาสตร์สัมผัสทั้ง 5 ได้แก่รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส เป็นปัจจัยที่สร้างภาวะสมดุลระหว่างร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ อารมณ์ สปาจึงเป็นส่วนผสมของศาสตร์และศิลป์แห่งการบำบัดเพื่อสุขภาพที่รวมเอาหลัก การของประสาทสัมผัสทั้ง 5 เข้าไว้ด้วยกัน
รูป คือ การสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย เพิ่มความสดใส สดชื่น ให้กับสถานที่ด้วยสีเขียวจากต้นไม้นานาชนิด แต่งแต้มด้วยสีสันสวยๆ ของดอกไม้ ฯลฯ
รส คือ การกินอาหารแบบสปาควิซีน ซึ่งถึงเป็นการบำบัดร่างกายวิธีหนึ่ง ด้วยการกินอาหารสุขภาพถูกสัดส่วนตามที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะผักและผลไม้สดควรมีปริมาณมาก วัตถุดิบที่นำมาปรุงต้องสดจากไร่ ไร้สารพิษ และดูน่ากิน แม้แต่การดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรอุ่นๆ เช่น น้ำขิง ชาเขียว ฯลฯ แต่ละแก้วล้วนมีสรรพคุณช่วยขับสารพิษที่ตกค้างภายในร่างกายให้สลายออกมา
กลิ่น คือ การใช้กลิ่นหอมบำบัดตามหลักการของอโรมาเธอราปี
เสียง คือ การได้ฟังดนตรีเบาสบายแนว spiritual music หรือเป็นเสียงเลียนแบบธรรมชาติ อาทิ เสียงน้ำไหล เสียงน้ำหยด เสียงคลื่นลม หรือเสียงนกร้อง
สัมผัส คือ การได้รับสัมผัสที่อ่อนโยน ทะนุถนอม จาก Spa Therapist เพื่อบำบัดร่างกายและจิตใจให้เข้าสู่ภวังค์ นำสู่การผ่อนคลายอย่างลึกล้ำ 
องค์กรสปาระหว่างประเทศ (International Spa Association – ISPA) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อกำหนดเกณฑ์ต่างๆ ให้สปาที่เป็นสมาชิกกว่า 1,900 แห่ง จาก 53 ประเทศทั่วโลก มีบริการมาตรฐานเดียวกัน จึงประกาศว่า สปาในวันนี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่บำบัดรักษาสุขภาพด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ให้คนไปคลายเครียด  เพิ่มพลังชีวิต ส่วนสปาแต่ละแห่งจะมีเทคนิคและบริการอะไรบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับคอนเซ็ปต์ของสปานั้นๆ
สปาเป็นการบำบัดแบบองค์รวมที่เน้น การป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วยมากกว่าการรักษาที่อาการ Wildwood, Chrissie, 1997 กล่าวว่าการที่อารมณ์แปรปรวนมีโอกาสทำให้เกิดการเจ็บไข้ได้ป่วย ประเทศไทยต้องถือได้ว่าเป็นประเทศแรกที่มีการกำหนดมาตรฐานให้บริการด้านสปา เพื่อสุขภาพออกมาอย่างชัดเจน โดยมีการกำหนดคำจำกัดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกำหนดสถานที่เพื่อ สุขภาพและเสริมสวย ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 พ.ศ. 2547) มีใจความ ดังนี้  “กิจการสปาเพื่อสุขภาพ หมายความว่าการประกอบกิจการที่ให้การดูแลและเสริมสร้างสุขภาพ โดยบริการหลักที่จัดไว้ประกอบด้วยการนวดเพื่อสุขภาพ และการใช้น้ำเพื่อสุขภาพโดยอาจมีบริการเสริม เช่น การอบเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โภชนาบำบัด และการควบคุมอาหาร โยคะ และการทำสมาธิ การใช้สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพตลอดจนการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ หรือไม่ก็ได้"
การให้บริการของสปา
เส้นทางนำมาซึ่งความสุขจากสปามีให้เลือกหลากหลายวิธีด้วยกัน ขึ้นอยู่กับว่าสปาไหนจะเลือกใช้อะไร ซึ่งพอจะแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ ดังนี้
1. การนวด (Massage) จัดเป็นทรีตเม้นท์ประจำสปาทุกแห่ง เพราะเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของแต่ละชาติ อย่างการนวดไทย ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก เพราะมีทั้งความนุ่มนวลเพื่อผ่อนคลาย มีทั้งความหนักแน่นเพื่อการรักษา และยังมีการประคบด้วยสมุนไพรไทย ปัจจุบันมีการนำนวดแผนไทยมาประยุกต์เข้ากับความรู้เรื่องธาติเจ้าเรือนทั้ง 4 ของร่างกาย จะได้เลือกใช้สมุนไพรและน้ำมันหอมระเหยที่เหมาะกับคนนั้น นอกจากนี้ยังมีการนวดเพื่อผ่อนคลาย รักษาเฉพาะจุด เช่น การนวดเท้า นวดไหล่ นวดหน้า นวดไขสันหลังเพื่อกระตุ้นประสาท รวมไปถึงการนวดของชนชาติอื่น อาทิ Swedish Massage ซึ่งเป็นการเคล้าคลึง ลูบไล้ ไล่ไปตามกล้ามเนื้อต่างๆ เพื่อผ่อนคลาย
2. สุคนธบำบัด (Aroma Therapy) เป็นวิธีบำบัดด้วยกลิ่น โดยใช้น้ำมันหอมระเหยสกัดจากพืชสมุนไพร
3. วารีบำบัด (Hydro Therapy) มีรูปแบบแตกต่างกันไป ตั้งแต่การแช่ตัว อบตัว ห่อตัว การประคบ การสูดดม หรือใช้น้ำร้อนจัดสลับเย็นจัด การฉีดน้ำ การรดน้ำ ว่ายน้ำ
4. โภชนบำบัด (Nutrition Therapy) เน้นการกินสารอาหารตามธรรมชาติ หลีกเลี่ยงอาหารแห้ง อาหารปรุงแต่ง หรือปนเปื้อนสารเคมี และสารอาหารดัดแปลง
5. Exercis Breathing Therapy เป็นวิธีบำบัดทีพบมากในสปายุคพัฒนา ซึ่งมีการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ทั้งแบบแอโรบิกและยืดเส้นยืดสาย เช่น โยคะ ไทเก็ก ชี่กง ฯลฯ แต่ต้องมีครูฝึกคอยให้คำแนะนำที่ถูกต้อง
6. การฝึกจิต (Autogenic Training) และ การฝึกสมาธิ (Meditation) Autogenic Training เป็นการฝึกจิตให้ลงไปถึงระดับจิตใต้สำนึก เพื่อแก้ไขพฤติกรรม  เพื่อการผ่อนคลาย และเพื่อความสุข ความสำเร็จในชีวิตประจำวัน Meditation เป็นการฝึกรวมอารมณ์ให้หยุดนิ่งเป็นจุดเดียว ฝึกการปล่อยวางความคิด นำไปสู่การผ่อนคลายสูงสุด ก่อให้เกิดพลังบำบัดมหาศาล สามารถลดอัตราการเต้นของหัวใจ ลดความดัน ลดความเครียด ตลอดจนช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ฯลฯ
7. ดนตรีบำบัด (Music Therapy) เน้นการเปิดเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลาย เพลงคลาสสิค ไลท์มิวสิค เพลงไทยเดิม เพลงกลุ่มนี้จะช่วยสร้างจินตภาพเพื่อการผ่อนคลาย ฟื้นผูและบำบัดรักษาโรค เพราะฟังแล้วทำให้เกิดสมาธิ เป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น
8. Colour-Light-Sloar Therapy เป็นวิธีบำบัดที่อาศัยแสงสี คลื่นแสง เช่น พลังออร่า (aura)เป็นหลักในการวินิจฉัยและฟื้นฟูสุขภาพ ใช้วิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อแก้ไขปรับปรุงตนเอง หรือการอาบแสงตะวัน (Solar Therapy) ของชาวอินเดีย
9. Crystal Therapy
หรือ Rock Therapy คือ การใช้พลังของหินหรือธาติบริสุทธิ์จากธรรมชาติเพื่อการผ่อนคลาย ฟื้นฟู และบำบัด โดยการวิเคราะห์จากธาตุและพฤติกรรมของแต่ละคน แล้วนำมาวางตามร่างกาย ทำเป็นเครื่องประดับสวมใส่ นำมาวางไว้ในห้อง วางไว้ใกล้ตัว ซึ่งวิธีการนี้ยังต้องการการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
10. Hobby Therapy เป็นการรวมเอากิจกรรมต่างๆ เพื่อการผ่อนคลายมาทำให้เกิดการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เช่น การวาดภาพ ระบายสีบนปูนปั้น  บนเซรามิก การเย็บปักถักร้อย การเล่านิทาน ฟังนิทาน อ่านหนังสือเพื่อทำให้ผ่อนคลาย
11. Herbal Therapy เป็นการใช้สมุนไพรที่ให้กลิ่นหอมมาเป็นอาหารหรืออาหารเสริม ใช้บำรุงผิวพรรณ อาทิ การอบไอน้ำ การแช่ตัว









ประเภทของสปา
ISPA ได้จัดแบ่งสปาออกเป็น 7 ประเภทด้วยกัน โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาจากสถานที่
1. Club Spa เป็นสปาที่มุ่งเน้นที่การออกกำลังกายเสริมสร้างสมรรถนะในความแข็งแกร่งของ ร่างกายและมีการให้บริการด้านการนวด การอบไอน้ำ การอบเซาน่า การแช่น้ำร้อน-น้ำเย็น รวมถึงโยคะ หรือการออกกำลังกายอื่นๆ สปาประเภทนี้จะไม่มีห้องพักให้บริการ
2. Cruiseship Spa
เป็นสปาที่อยู่ในเรือ โดยเน้นการผ่อนคลายด้วยการออกกำลังกาย โภชนาการบำบัด ความงาม การนวด หรือแม้แต่การจัดทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้จิตใจสงบ แนวโน้มสปาแบบนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น
3. Mineral Spring Spa
เป็นสปาที่ใช้น้ำพุร้อนหรือน้ำแร่เพื่อการบำบัดโดยเฉพาะนอกเหนือจากการแพทย์ ทางเลือกอื่นๆ อย่างในประเทศไทยที่มีโอกาสที่จะพัฒนาบริเวณแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มี อยู่หลายแห่งให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสปาได้เป็นอย่างดีในอนาคต
4. Destination Spa
เป็นสปาที่เน้นการพำนักระยะยาวเพื่อทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง มีการให้คำปรึกษาแนะนำการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย การนวด การโภชนาการบำบัดหรือกิจกรรมอื่นๆ
5. Hotel and Resort Spa
เป็นสปาที่ดำเนินการตามรีสอร์ทหรือโรงแรมโดยเสนอบริการหลักได้แก่การออก กำลังกาย การนวด การอบตัว โภชนาการบำบัด ผู้ที่มาใช้ส่วนใหญ่มักจะเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการของโรงแรม
6. Day Spa
เป็นสปาที่สามารถดำเนินการได้ตามที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้าหรือสนามบิน ลักษณะผู้ใช้บริการจะเป็นระยะสั้นๆ ประมาณ 1-5 ชั่วโมง
7. Medical Spa
เป็นสปาที่เน้นการบำบัดสุขภาพซึ่งอาจเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน หรือแพทย์ทางเลือก การให้บริการจะเน้นเชิงการแพทย์มากกว่า
สปาที่เป็นที่นิยมกันมาก ได้แก่ Destination Spa, Hotel and Resort Spa, Day Spa และ Medical Spa
วิวัฒนาการสปา
สปามีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ กรีก โรมัน ที่มีการทำพิธีกรรมทางศาสนาด้วยการชำระล้างร่างกาย จิตใจและวิญญาณด้วยน้ำโดยมีการนำศาสตร์ของอโรมาเธอราพีใช้บำบัดสุขภาพแบบ องค์รวม ถือได้ว่าชาวโรมันเป็นผู้ที่มีรสนิยมในการใช้ชีวิตอย่างมาก การอาบน้ำพุร้อนถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะใช้ทั้งการอาบทำความสะอาดร่างกาย แล้วยังใช้ดูแลสุขภาพที่ดีอีกด้วย การนวดด้วยน้ำมันหอมระเหยในกลุ่มชนชั้นสูงเป็นสิ่งที่กระทำกันแพร่หลาย คำว่า สปา ถือว่าก่อกำเนิดราวศตวรรษที่ 17 มาจากเมืองเล็กๆ ในประเทศเบลเยี่ยมที่ตั้งอยู่ในดินแดนที่เรียกว่า เทือกเขาแห่งอาร์เดนเนส (Ardennes Mountains) ที่มีน้ำพุร้อนใช้ในการดูแลสุขภาพ เมืองนี้ได้รับการขนานนามว่า “Gem of the Ardennes” การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมยังรวมถึงการทำสมาธิ การฝึกลมหายใจ การออกกำลังกาย วิธีการเหล่านี้จะช่วยในการลดระดับความเครียดได้ Rojas and Kleiner กล่าวว่า การทำสมาธิ โยคะจะทำให้ภาวะจิตเข้าสู่ความสมดุลและทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย แม้แต่ประเทศจีนยุคก่อนก็ใช้สมุนไพรรักษาโรคควบคู่กับการฝังเข็มและการนวด รักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นจำนวนมาก (Wildwood, 1997)
สำหรับประเทศไทยมีจุดเด่นในการบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติโดยเฉพาะการนวดที่มี หลักฐานที่ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงที่ขุดพบที่ป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัย เมื่อถึงยุคสมัยกรุงศรีอยุธยารัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชการแพทย์แผนไทย รุ่งเรืองมากโดยเฉพาะการนวดไทย ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้มีการแบ่งส่วนราชการด้านการแพทย์ให้กรมหมอนวด ศาสตร์การนวดไทยบางส่วนได้สูญหายไปจากการเกิดภาวะสงครามสมัยกรุงรัตน โกสินทร์ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรดให้ปั้นรูปฤาษีดัดตนครบ 80 ท่าและจารึกสรรพวิชาการนวดไทยลงบนแผ่นหินอ่อน 60 ภาพแสดงถึงจุดนวดอย่างละเอียดประดับบนผนังศาลารายและบนเสาภายในวัดโพธิ์ วิวัฒนาการของการนวดไทยจึงได้ถูกสืบทอดต่อมา จนกระทั่งปัจจุบัน การนวดแผนไทยได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างทำให้ชาวต่างชาติมีความสนใจที่จะได้รับ บริการนวดไทยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการนวดแบบราชสำนักหรือนวดแบบเชลยศักดิ์ ด้วยความโดดเด่นของศิลปะการนวดแบบไทยเป็นที่นิยมกลุ่มชาวต่างประเทศจึงเกิด การผสมผสานการนวดแผนไทยเข้ากับธุรกิจสปา ให้เป็นการจัดรูปแบบที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของคไทยเรียกว่า ไทยสปา (Thai Spa)
สปาไทย
สปาไทย หมายถึง การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วย วิถีไทย ประโยชน์ที่ได้รับจากการดูแลสุขภาพด้วยสปาไทยนั้นจะทำให้ได้รับการผ่อนคลาย แจ่มใส อ่อนเยาว์ มีพลัง สดชื่น มีความสุข การดูแลสุขภาพด้วยสปาไทย ประกอบด้วยการผสมผสานกิจกรรมต่างๆ เพื่อสุขภาพที่หลากหลาย เช่นการใช้น้ำเพื่อสุขภาพ การนวด การ อบตัวด้วยสมุนไพร การพอกตัวและขัดผิว การทำสมาธิ การออกกำลังกาย และการโภชนาการ เป็นต้น
ร่องรอยแห่งภูมิปัญญาไทย
สปาไทย คือมรดกไทยเพื่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล สู่อนุชนคนรุ่นหลัง สามารถสืบค้นร่องรอยแห่งภูมิปัญญาไทยดังกล่าวได้จาก ใบลาน ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภาพลายไทย ปรากฏตามระเบียงโบสถ์ และสถานที่ต่างๆ เช่น
อโรคยาศาลา เป็นประสาทหินแบบเขมร ที่จะหาดูได้บริเวณ จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว สุรินทร์ นับเป็นแหล่งเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิถีไทย
รูปปั้นฤาษีดัดตนที่วัดโพธิ์ เป็นภูมิปัญญาไทยของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตัวอย่างของภูมิปัญญาไทยที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ได้แก่
นวดไทย ประกอบด้วยการนวดแบบเชลยศักดิ์ และแบบราชสำนัก สมุนไพรไทย ที่ใช้บำรุงผิว เช่น ขมิ้นชัน ว่านนางคำ สมุนไพรที่ใช้เป็นเครื่องดื่ม ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้แก่ กระเจี๊ยบแดง น้ำขิง น้ำตะไคร้ เป็นต้น สมุนไพรไทยที่ใช้บำรุงศีรษะ ขจัดรังแค ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม ได้แก่ น้ำผลมะกรูด นอกจากนี้ยังมีการขัดตัวด้วยมะขามเปียกกับขมิ้นชันทำให้ผิวสวยงาม มีความต้านทานเชื้อโรคสูง นับเป็นการใช้ภูมิปัญญไทยที่สืบทอดกันมาช้านาน
น้ำแร่ธรรมชาติของไทย (สปา) ตามแหล่งธรรมชาติต่างๆ เช่น บ่อน้ำร้อน จ.ระนอง บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน จ.ลำปาง บ่อน้ำร้อนสวนผึ้ง จ.ราชบุรี พุน้ำร้อนหินตาด จ.กาญจนบุรี เป็นต้น ซึ่งน้ำแร่เหล่านี้ สามารถรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้เพราะมีสารกัมมะถันปนอยู่ด้วย




หลากหลายรูปแบบคือความงาม
การจัดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของสปาไทย มีหลากหลายรูปแบบ สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือความสามารถอันเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย กล่าวคือสปาไทยสามารถปรับสภาวะของร่างกายและจิตใจให้สมดุล สอดคล้องกับธาติเจ้าเรือนของผู้มาใช้บริการ สปาไทย สามารถจัดการให้สอดคล้องกับภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม และภูมิประเทศ เช่น ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ โดยจะมีการใช้ว่าน สมุนไพร และองค์ประกอบอื่นๆ ของสปาตามท้องถิ่นที่แตกต่างกันไป สปาแต่ละแห่งจะมีเมนูที่หลากหลาย ปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้เป็นอย่างดี
  เอกลักษณ์สปาไทย
  เอกลักษณ์สปาไทย คือเสน่ห์แห่งตะวันออกที่มี
   ลักษณะเด่น ที่จะพบได้ ณ สปาไทย ใน     ประเทศไทย อันประกอบด้วย การผสมผสานวัฒนธรรมอันอ่อนโยนกับการบริการสปาไทย คือ การนวดไทย สัมผัสกลิ่นอายแห่งมิตรไมตรีแบบไทย กลิ่นหอมจรุงใจแบบไทยด้วยดอกไม้ไทย สมุนไพรไทย เครื่องดื่มไทย และอาหารเพื่อสุขภาพแบบไทย อีกทั้งยังมีสิ่งแวดล้อม สถานที่ ภูมิอากาศ ทะเล เกาะ แก่ง หาดทราย ขุนเขา แมกไม้ พรรณไม้หอมนานาพรรณแบบไทย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะสัมผัสได้ในสปาไทยเท่านั้น อันเป็นมนต์เสน่ห์แห่งตะวันนออกและเป็นเอกลักษณ์ของสปาไทยอย่างแท้จริง

คุณภาพมาตรฐานสปาไทย
กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำมาตรฐานสปาไทย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าคุณภาพของสปาไทยมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพ ต่อผู้มารับบริการ โดยได้กำหนดมาตรฐานดูแลคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคถึง 5 ด้านด้วยกัน คือ
   1.
มาตรฐานว่าด้วยผู้ดำเนินการ
   2.
มาตรฐานว่าด้วยลักษณะโดยทั่วไป
   3.
มาตรฐานว่าด้วยผู้ให้บริการ
   4.
มาตรฐานว่าด้วยความปลอดภัย
   5.
มาตรฐานว่าด้วยการกำหนดราคา
สปาไทยสู่สากล
กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำแผนการพัฒนาสปาไทย ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสู่สากล นำมาสู่การสร้างรายได้ของธุรกิจบริการสปาไทย เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ

วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การนวดแผนไทย

 การนวดไทยเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของการแพทย์แผนไทย เป็นวัฒนธรรมดูแลสุขภาพกันเองภายในครอบครัวเมื่อมีการเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า
                ปวดเมื่อยตามร่างกาย พร้อมทั้งพัฒนาเรียนรู้มาเป็นการนวดเพื่อการรักษาโรค(Therapeutic massage) มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการนวด
               เป็นการสัมพัสเพื่อให้รู้สึกสบายและผ่อนคลาย แม้จะมีวิธีปฏิบัติหลายรูปแบบ แต่ทุกแบบจะมี การตี ลูบ ถู กด เฟ้น และทุบผิวหนัง กล้ามเนื้อ และข้อ อย่างเป็นระบบ 
               บางครั้งอาจใช้ การนวดร่วมกับวิธีอื่น เช่น การประคบสมุนไพร การบำบัดด้วยน้ำมันหอม และวารีบำบัด
                                ดังนั้น กองประกอบโรคศิลปะ 2544 ได้ให้ความหมายของการนวดไทยว่า เป็นการตรวจ ประเมิน การวินิจฉัย การบำบัด การป้องกันโรค 
               การส่งเสริมสุขภาพ  และการฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยวิธีการกด การคลึง การบีบ การจับ การตัด การดึง การประคบ การอบ หรือวิธีการอื่นตามศิลปะการนวดไทยหรือการใช้ยา
               ตามกฎหมายว่าด้วยยา ทั้งนี้ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย

               ประเภทของการนวดไทย(สถาบันการแพทย์แผนไทย 2542)


               
การนวดแบบราชสำนัก

                               เป็นการนวดไทยที่ใช้ในพระราชวัง ดังนั้นท่าต่างๆ ในการนวดจึงได้รับการพัฒนา ให้สุภาพและมักนวดด้วยนิ้วมือเท่านั้น เพื่อให้สามารถควบคุม
               น้ำหนักในการนวดไม่ให้มากเกินไป  และไม่ให้เป็นที่ ล่วงเกินต่อพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ จนมีคำกล่าวว่า แม้เพียงลมหายใจก็ไม่ให้แตะต้องพระวรกาย
               โดยมีองศามาตราส่วน ของการนวดที่ไม่ประชิดตัวมากและจะหันหน้าตรงไป  ไม่ก้มหน้าหายใจรดพระองค์ และไม่เงยหน้าจนเป็นการไม่เคารพ
                               การนวดไทยเป็นที่นิยมมากและยอมรับมากในสมัยโบราณ และเป็นผู้ใกล้ชิดและเป็นที่ไว้วางใจของพระมหากษัตริย์ ในสมัยนั้นจนได้รับการแต่งตั้ง
               ให้มีกรมหมอนวดซ้าย  และกรมหมอนวดขวา ทำให้หมอนวดสามารถรับราชการอยู่ในตำแหน่งระดับสูงได้
                               ปัจจุบันมีผู้สืบทอดการนวดแบบนี้น้อยมาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นการถ่ายทอดกันในครอบครัว และผู้รู้มักหวงวิชา ทำให้การนวดสายนี้ได้รับ
               การถ่ายทอดกระท่อนกระแท่นเต็มที การนวดไทยนี้ มีคุณค่าต่อการพึ่งตนเองเป็นอย่างมาก สามารถบรรเทาโรคและอาการปวดต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในความรู้สึก
               ของผู้ใช้บริการ เช่นอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อลดการติดขัด ของข้อต่อ ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม การนวดที่ไม่ถูกต้อง 
               อาจเป็นการซ้ำเติมหรือเพิ่มการบาดเจ็บได้ ฉะนั้นผู้ที่จะนำการนวดไปใช้ จึงควรมีความรู้ในการใช้อย่างถูกต้อง  เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง
               

               
 
 
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 
 
 

 

               ลักษณะการนวด
                               ผู้นวดจะต้องเดินเข่าเข้าหาผู้ป่วยที่นอนอยู่บนพื้น เมื่ออยู่ห่างผู้ป่วยราว 2 ศอก จึงนั่งพับเพียบและคารวะขออภัย ผู้ป่วย หลังจากนั้นหมอจะคลำชีพจร
               ที่ข้อมือ  และหลังเท้าข้างเดียวกันเมื่อตรวจดูอาการของโรคแล้ว จึงเริ่มทำการนวด คล้ายการนวดแบบทั่วไปต่างกันที่ตำแหน่งการวางมือองศาที่แขนของผู้นวดทำกับตัว
               ของผู้ป่วยและท่าทางของผู้นวด ซึ่งจะต้องกระทำอย่างสุภาพยิ่ง การนวดแบบราชสำนัก พิจารณาถึง คุณสมบัติของผู้เรียนอย่างประณีตถี่ถ้าน และการสอนที่ขั้นตอน
               จรรยามารยาทของการนวด ใช้อวัยวะได้น้อย และต้องตรงตามจุด จึงกล่าวไว้ว่าการฝึกมือและการนวดมีเอกลักษณ์เฉพาะการนวดแบบราชสำนักเป็นการนวดพื้นฐานต่าง ๆ 
               เช่น พื้นฐานขา (แบ่งเป็นขาด้านนอกและขาด้านในและในท่านอน) พื้นฐานหลัง พื้นฐานแขน  (แบ่งเป็นแขนด้านนอกและด้านใน) 
               พื้นฐานบ่า การนวดกล้ามเนื้อต้นคอการนวดศีรษะ(แบ่งเป็นด้านหน้าและด้านหลัง) การนวดคลายกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง (ท่าแหวก ท่านาบ)

               ประโยชน์
                               - ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
                               - เพิ่มระบบการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง
                               - กระตุ้นระบบประสาท
                               - เพิ่มประสิทธิภาพของระบบทางเดินหายใจ
                               - ฟื้นฟูสภาพของระบบกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบประสาท


               
การนวดแบบเชบยศักดิ์ 

                                หมายถึง การนวดแบบสามัญชน มีการสืบทอดฝึกฝนแบบแผนการนวดตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเหมาะมากสำหรับชาวบ้านนวดกันเองช่วยรักษาโรค
               และอาการพื้นฐานง่าย ๆ  เช่นปวดเมื่อยทั่วไปอันเกิดจากการทำงานประจำวัน เพียงใช้สองมือและอวัยวะส่วนอื่นก็รักษาได้ โดยไม่ต้องใช้ยา ปัจจุบันการนวดแบบเชลยศักดิ์
               เป็นที่นิยมของผู้มาใช้บริการอย่างกว้างขวางเพราะได้อารมณ์ และรสชาติของการนวดของคนขี้เมื่อย แต่ควรนวดในที่รโหฐาน เพราะถ้านวดจะใกล้ชิดคบลุกคลีกันมาก
               และควรเป็นผู้หญิงนวดผู้หญิง  ผู้ชายนวดผู้ชายจะเหมาะสมกว่า การนวดแบบเชลยศักดิ์เป็นการนวดบริเวณกล้ามเนื้อและข้อต่าง ๆ ของร่างกาย
                               การนวดไทยแบบเชลยศักดิ์ เป็นการนวดที่ปรากฎอยู่ในวัดและในสังคมทั่วไป มีการสอนแบบสืบทอดกันมาจากคนรุ่นเก่าและมีแบบแผนการนวดตาม
               วัฒนธรรมท้องถิ่น ก่อนเริ่มนวด  ผู้นวดจะต้องพนมมือไหว้ครูเสียก่อนในขณะที่ผู้ป่วยนอนอยู่บนพื้น หลังจากนั้นผู้นวดจึงเริ่มนวดจากเท้าขึ้นไปยัง หัวเข่า คอแข็งจากการตกหมอน 
               รักษาอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืดเฟ้อ ท้องผูก ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเข่า ตะคริว ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ อาการวิงเวียน ช่วยคลายคีวามเครียดทางร่างกายและจิตใจ 
               ช่วยให้ข้อที่เคลื่อนกลับเข้าที่ได้
               

               
 

               ลักษณะการนวดไทยแบบเชลยศักดิ์ 
                               1. การนวดไทยแบบเชลยศักดิ์  จะเริ่มต้นการนวดที่ฝ่าเท้า
                               2. การนวดไทยแบบเชลยศักดิ์ทำการนวดผู้ป่วยในท่านั่ง ท่านอนหงายหรือนอนตะแคง และท่านอนคว่ำ
                               3. การนวดไทยแบบเชลยศักดิ์สามารถดัดหรืองอข้อ  หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายด้วยกำลังแรง มีการนวดโดยใช้เข่า และข้อศอก
                               4. การทำให้เกิดผลต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อนั้น การนวดแบบเชลยศักดิ์หวังผลโดยการนวดคลึงเป็นครั้งคราวและการกดนวดเป็นส่วนใหญ่ 
                                           ถ้าผู้นวดบางคนมีความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์ไม่ดีพอ
                                           อาจทำให้อาการป่วยแต่เดิมกลับเป็นมากขึ้นหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างอื่นขึ้นกับผู้ป่วยได้

               ประโยชน์
                               - ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
                               - เพิ่มระบบไหลเวียนโลหิต
                               - เพิ่มประสิทธิภาพของระบบทางเดินหายใจ
                               - ฟื้นฟูสภาพของระบบกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนโลหิต

               ข้อห้ามในการนวด
                               สำหรับข้อห้ามในการนวดได้แก่ ผู้เป็นไข้พิษ ไข้กาฬ มีตัวร้อยจัดมีอาการเจ็บกระดูกและขุมขน (ฝีดาษบาดทะยัก) เป็นไส้ติ่งอักเสบใกล้แตก 
               ผู้ป่วยมีโรคผิวหนังที่ติดต่อได้  มีอาการกระเพาะอาหารเป็นแผล หรือเป็นนิ่วในไต เป็นต้น
               

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ขอถวายพระพรในหลวง

                                    ห้องนวดแผนไทย รพ.รร.จปร.ขอถวายพระพรชัยพระเจ้าอยู่หัวขอทรงพระเจริญ